อบต.เขาคันทรงลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าต่างด้าว หลังมีร้องเรียนแรงงานข้ามชาติเปิดขายสินค้า ย้ำหากพบผิดกฎหมายดำเนินคดีถึงที่สุด
อบต.เขาคันทรงลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าต่างด้าว
หลังมีร้องเรียนแรงงานข้ามชาติเปิดขายสินค้า ย้ำหากพบผิดกฎหมายดำเนินคดีถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายธีรพันธ์ เจริญผล
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ได้มอบหมายให้ นายเกรียงศักดิ์ พิมาพันธ์ศรี
รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคันทรง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีมีแรงงานข้ามชาติเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในพื้นที่หมู่ที่
10 ตำบลเขาคันทรง
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง
หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีแรงงานชาวเมียนมาเข้ามาประกอบอาชีพค้าขาย
ซึ่งอาจเข้าข่ายการประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากพบการกระทำผิดจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
แต่หากยังไม่พบข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
จะมีการตักเตือนและติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
นายธีรพันธ์ กล่าวว่า ปัญหาร้านค้าของแรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่จะพบในบริเวณที่มีแคมป์คนงานตั้งอยู่
โดยเฉพาะแคมป์แรงงานชาวเมียนมา
ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีแคมป์คนงานจะไม่พบการตั้งร้านค้าลักษณะดังกล่าว
อีกทั้งในตลาดทั่วไปของตำบลเขาคันทรงก็ยังไม่พบปัญหานี้อย่างแพร่หลาย
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาคันทรงไม่นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนของประชาชน
เมื่อได้รับข้อมูลจะเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยทันที
เพื่อป้องกันการแย่งอาชีพคนไทยและสร้างความเป็นธรรมในการประกอบอาชีพ
หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ
จากการตรวจสอบบริเวณหมู่ที่ 10 พบร้านค้าริมถนนประมาณ 10 ร้าน
ลักษณะเป็นร้านค้าแบบล็อกจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ ผักสด เนื้อหมู
เครื่องปรุงอาหาร และสินค้าอุปโภคอื่น
ๆแต่ไม่มีอย.เป็นอาหารพม่าจึงต้องสอบถามไปยังสาธารณสุขอำเภอศรีชาก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใด
เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าบางร้านมีผู้จำหน่ายเป็นชาวกัมพูชาประมาณ 4 ราย
จึงได้สอบถามถึงนายจ้าง โดยแรงงานทั้งหมดให้ข้อมูลว่าเป็นเพียงลูกจ้าง
และนายจ้างเป็นคนไทยซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ได้ประสานพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายจ้าง ซึ่งระบุว่าเอกสารการอนุญาตต่าง
ๆ อยู่กับลูกจ้าง แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าลูกจ้างไม่สามารถแสดงเอกสารดังกล่าวได้
ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป
นอกจากนี้ ยังพบผู้จำหน่ายสินค้าชาวเมียนมาอีก 2 ราย
ภายในร้านขายอาหารปรุงสำเร็จ โดยทั้งสองรายไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยกับเจ้าหน้าที่ได้
จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะการทำงาน สิทธิในการประกอบอาชีพ
รวมถึงเอกสารอนุญาตที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่พบเอกสานจึงสั่งปิดร้านห้ามขายของต่อไแ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการทราบว่า
การเปิดร้านค้าจะต้องมีใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด
พร้อมทั้งจะมีการตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับสถานะของผู้ประกอบการ นายจ้าง
และการอนุญาตประกอบกิจการ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย
ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพของแรงงานต่างด้าว การใช้แรงงาน
หรือการเปิดกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายต่อไปถ้ามาตรวจในครั้งต่อไป



















ไม่มีความคิดเห็น